อีกแง่มุมที่ควรรู้คือ cash game กับ ไม้ส่วนตัว 2 ใบ ต่างกันอย่างไร ใน cash game ชิปมีมูลค่าเงินจริงตลอด คุณสามารถเข้าออกโต๊ะเมื่อไหร่ก็ได้และชิปที่ถืออยู่แปลงเป็นเงินจริงได้ตรง ๆ ส่วนทัวร์นาเมนต์โป๊กเกอร์จะจ่าย buy-in ครั้งเดียวเพื่อเข้าแข่งขัน แล้วเมื่อชิปหมดก็จะตกรอบทันที ความต่างนี้สำคัญมากเพราะวิธีคิดและกลยุทธ์ไม่เหมือนกัน มือใหม่จำนวนมากควรเริ่มจาก cash game เพราะมันเข้าใจง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการอยู่รอดหลายระดับเหมือนทัวร์นาเมนต์ และยังช่วยให้คุณโฟกัสกับการฝึกตัดสินใจพื้นฐานก่อน ส่วนเรื่อง ICM, stack-to-blind ratio และกลยุทธ์ทัวร์นาเมนต์ขั้นสูง ค่อยไปเรียนทีหลังเมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว
ถ้าเปรียบเทียบเท็กซัส โฮลเอ็มกับโอมาฮา จะเห็นความต่างชัดเจน โอมาฮาแจกไพ่ส่วนตัว 4 ใบ แต่ต้องใช้ 2 ใบจากในมือรวมกับ 3 ใบจากไพ่กลางเสมอ ในขณะที่เท็กซัส โฮลเอ็มให้แค่ 2 ใบแต่มีอิสระมากกว่าในการประกอบมือ หลายคนที่เริ่มจากเท็กซัส โฮลเอ็มจะเข้าใจเกมได้ง่ายกว่า เพราะกติกาเรียบง่ายกว่า และการอ่านมือไม่ซับซ้อนเท่าโอมาฮา ส่วน 5-Card Draw เป็นรูปแบบโป๊กเกอร์เก่าที่ไม่มีไพ่กลาง ผู้เล่นจะได้รับไพ่ 5 ใบและอาจเปลี่ยนบางใบเพื่อหวังมือที่ดีขึ้น แม้เกมเหล่านี้จะมีเสน่ห์ต่างกัน แต่ถ้ากำลังเริ่มต้นจริง ๆ เท็กซัส โฮลเอ็มมักเป็นจุดเริ่มที่ดีที่สุด
โป๊กเกอร์เป็นเกมที่มี variance สูงหรือมีความผันผวนมาก หมายความว่าแม้คุณจะเล่นถูกต้องในระยะยาว ก็ยังแพ้ได้ในระยะสั้น เพราะโชคในไพ่มีผลเสมอ บางครั้งคุณถือมือดีมากแต่กลับเจอ bad beat คือโดนไพ่โชคช่วยของอีกฝ่ายแซงหรือชนะในจังหวะสุดท้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของเกม ไม่ได้แปลว่าคุณเล่นแย่เสมอไป คนเล่นใหม่จำนวนมากเสียขวัญเพราะแพ้ติด ๆ กันแล้วคิดว่าตัวเองไม่มีทางชนะ ทั้งที่จริงอาจเป็นเพียงช่วงของ variance เท่านั้น ดังนั้นถ้าจะเริ่มเล่นเท็กซัส โฮลเอ็ม ควรตั้งความคาดหวังให้ถูกว่าเกมนี้ต้องใช้ทั้งทักษะและความอดทน ไม่ใช่แค่ดวงอย่างเดียว
ก่อนจะถึงการลงมือเล่น ต้องเข้าใจเรื่อง blind โป๊กเกอร์ด้วย เพราะนี่คือการเดิมพันบังคับที่ทำให้พ็อตมีเงินตั้งแต่เริ่มเกม โดยมี small blind เป็นเงินบังคับก้อนเล็ก และ big blind เป็นเงินบังคับก้อนใหญ่กว่า ตัวบังคับสองตำแหน่งนี้จะหมุนเวียนตามตำแหน่ง dealer button โป๊กเกอร์ ที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ ในแต่ละมือ ทำให้ทุกคนได้จ่าย blind สลับกันอย่างยุติธรรม ตำแหน่งมีผลมากต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะ under the gun ซึ่งเป็นคนที่ต้องพูดก่อนสุดใน pre-flop ตำแหน่งนี้เสียเปรียบกว่าคนอื่นเพราะยังไม่รู้ว่าคนข้างหลังจะเล่นอย่างไร มือใหม่ควรจำไว้ว่าในโป๊กเกอร์ “ตำแหน่ง” สำคัญพอ ๆ กับไพ่ในมือเลยทีเดียว
ในระยะสั้น ผู้เล่นทุกคนต้องยอมรับเรื่อง variance และ bad beat ให้ได้ variance คือความผันผวนของผลลัพธ์ หมายความว่าแม้คุณจะเล่นถูกต้องแล้วก็ยังแพ้ได้ในบางช่วง เพราะโป๊กเกอร์มีองค์ประกอบของดวงอยู่เสมอ ส่วน bad beat คือสถานการณ์ที่คุณถือไพ่ดีมากแต่แพ้เพราะจังหวะหรือโชคของคู่ต่อสู้ เรื่องพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเกมและเป็นเหตุผลที่มือใหม่ไม่ควรตัดสินฝีมือตัวเองจากผลแพ้ชนะเพียงไม่กี่มือ ถ้าคุณเล่นถูกหลักระยะยาว ผลลัพธ์จะสะท้อนทักษะมากกว่าความบังเอิญ
ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรรู้ เช่น wheel โป๊กเกอร์ ซึ่งหมายถึง Straight แบบ A-2-3-4-5 และ kicker โป๊กเกอร์ ซึ่งคือไพ่ที่ใช้ตัดสินเมื่อผู้เล่นมีมือหลักเท่ากัน เช่น ทั้งสองคนมีคู่เหมือนกัน แต่คนหนึ่งมีไพ่ใบประกอบที่สูงกว่า ก็จะชนะจาก kicker ตรงนี้ มือใหม่มักมองข้าม ทั้งที่ในการเล่นจริง kicker เป็นตัวตัดสินพ็อตบ่อยมาก โดยเฉพาะในเกมที่ผู้เล่นหลายคนยังไม่หมอบ
อีกเรื่องสำคัญคืออันดับไม้โป๊กเกอร์ หรือ ranking ของมือ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ต้องจำให้แม่น เพราะเวลาถึง showdown คนที่ถือมือสูงสุดจะชนะ ตามลำดับจากสูงสุดลงมาต่ำสุดคือ Royal Flush ซึ่งเป็น A K Q J 10 ดอกเดียวกัน, Straight Flush คือไพ่ 5 ใบเรียงและดอกเดียวกัน, Four of a Kind คือไพ่ 4 ใบแต้มเดียวกัน, Full House คือ 3 ใบแต้มเดียวกับอีก 1 คู่, Flush คือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกัน, Straight คือไพ่ 5 ใบเรียงกันคนละดอกได้, Three of a Kind คือไพ่ 3 ใบแต้มเดียวกัน, Two Pair คือสองคู่, One Pair คือคู่เดียว และ High Card คือใช้ไพ่สูงสุดตัดสินเมื่อไม่มีมือใดทำเป็นชุดได้ การเข้าใจอันดับเหล่านี้ช่วยให้คุณไม่สับสนเวลาเห็นไพ่บนโต๊ะ
ในแง่ของการเลือก action พื้นฐานที่มือใหม่ต้องจำให้ได้คือ fold, check, call และ raise fold คือหมอบและยอมทิ้งมือนั้น check คือไม่ลงเงินเพิ่มแต่ยังอยู่ในเกม call คือจ่ายเงินตามจำนวนที่คนอื่นเปิดมา และ raise คือเพิ่มเงินเดิมพันขึ้นไปอีก check กับ call ต่างกันตรงที่ check จะเกิดเมื่อยังไม่มีใครเปิดเดิมพันในรอบนั้น ส่วน call คือมีคนเดิมพันมาแล้วและเราจ่ายตาม ถ้าคุณยังจับจังหวะพื้นฐานไม่ได้ แค่จำ 4 คำนี้ให้แม่นก็ช่วยได้มากแล้ว เพราะเกือบทุกการตัดสินใจในโป๊กเกอร์จะวนกลับมาที่ตัวเลือกเหล่านี้ทั้งหมด
เมื่อเล่นไปสักพัก คุณจะเจอกับเรื่องอันดับไม้โป๊กเกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจำให้ได้เพราะเป็นตัวตัดสินว่าใครชนะเวลาถึง showdown อันดับไพ่จะเรียงจากสูงสุดไปต่ำสุดคือ Royal Flush, Straight Flush, Four of a Kind, Full House, Flush, Straight, Three of a Kind, Two Pair, One Pair และ High Card โดย Royal Flush คือ A K Q J 10 ดอกเดียวกัน ส่วน Straight Flush คือไพ่ 5 ใบเรียงและดอกเดียวกัน Four of a Kind คือไพ่เบอร์เดียวกัน 4 ใบ Full House คือ 3 ใบเบอร์เดียวกับอีก 1 คู่ Flush คือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกัน Straight คือไพ่ 5 ใบเรียงกันแต่คนละดอกได้ Three of a Kind คือไพ่เบอร์เดียวกัน 3 ใบ Two Pair คือสองคู่ One Pair คือหนึ่งคู่ และ High Card คือกรณีไม่มีชุดใดเลยจึงดูไพ่สูงสุดเป็นหลัก
เท็กซัส โฮลเอ็มคือเกมไพ่ที่ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่ส่วนตัว 2 ใบ ซึ่งคนอื่นมองไม่เห็น จากนั้นจะมีไพ่กลาง 5 ใบวางหงายบนโต๊ะ และไพ่กลางเหล่านี้ทุกคนใช้ร่วมกันได้ จุดสำคัญของเกมคือการเอาไพ่ 2 ใบในมือมาผสมกับไพ่กลาง 5 ใบ แล้วเลือกชุดไพ่ 5 ใบที่ดีที่สุดเพื่อแข่งขันกับคนอื่น หลายครั้งมือที่ชนะอาจไม่ได้มาจากไพ่ในมือที่ดูดีตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการประกอบกันของไพ่กลางและไพ่ส่วนตัวอย่างลงตัว จึงมีคนพูดถึงสถานการณ์ที่เรียกว่า playing the board คือกรณีที่ไพ่กลาง 5 ใบดีพอหรือดีกว่าไพ่ในมือ ทำให้ทุกคนอาจใช้ไพ่บนบอร์ดเป็นหลักได้เลย
เมื่อถึงตาของเราในแต่ละรอบ เราจะมีตัวเลือกพื้นฐานอย่าง fold, check, call, และ raise การ fold คือหมอบและยอมแพ้ในมือนั้นทันที ไม่เล่นต่อ check คือไม่ลงเงินเพิ่มแต่ยังอยู่ในมือได้ ซึ่งทำได้ก็ต่อเมื่อยังไม่มีใครเดิมพันมาก่อนในรอบนั้น call คือการจ่ายเงินตามจำนวนที่คู่ต่อสู้ลงไว้แล้ว ส่วน raise คือการเพิ่มเงินเดิมพันขึ้นไปอีก การเข้าใจความต่างระหว่าง check กับ call เป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายคนสับสนตอนเริ่มเล่น แต่ถ้ามองง่าย ๆ คือ check แปลว่ายังไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ในขณะที่ call แปลว่าต้องจ่ายตามคนที่เปิดเดิมพันมาแล้ว
อีกคำที่มักเจอคือ burn card ซึ่งคือไพ่ที่ดีลเลอร์ทิ้งออกจากสำรับก่อนเปิด flop, turn หรือ river เพื่อป้องกันการโกง การรู้ว่ามีขั้นตอนนี้ช่วยให้คุณเข้าใจจังหวะการแจกไพ่และโครงสร้างของเกมได้ดีขึ้น แม้มันจะไม่ใช่ข้อมูลที่คุณต้องเอาไปใช้ตัดสินใจโดยตรง แต่ก็ทำให้คุณมองภาพรวมของเกมได้ครบมากขึ้น
ถ้าคุณถามว่าเริ่มเล่นเท็กซัส โฮลเอ็มยังไงดีที่สุด คำตอบคือเริ่มจากรู้กติกาให้ครบก่อน เข้าใจไพ่ส่วนตัว ไพ่กลาง รอบเดิมพัน ตำแหน่ง blind ลำดับมือ และตัวเลือกการเล่นให้แม่น จากนั้นค่อยฝึกดูมือจริงและลองตัดสินใจในสถานการณ์ง่าย ๆ อย่าเพิ่งทุ่มเงินเยอะในช่วงแรก เพราะมือใหม่มักเสียเงินจากความไม่รู้มากกว่าจากการเล่นพลาดเล็กน้อย ถ้าคุณฝึกในโหมดฟรีก่อน ใช้เวลาอ่านประวัติการเล่นของตัวเอง และค่อย ๆ เรียนรู้เรื่อง pot odds, equity และการอ่านตำแหน่ง คุณจะมีพื้นฐานแข็งแรงกว่าคนที่รีบเล่นเงินจริงโดยไม่เข้าใจเกม สุดท้ายเท็กซัส โฮลเอ็มคือเกมที่ยิ่งเล่นยิ่งสนุก ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ เพราะมันเป็นทั้งเกมไพ่ เกมคณิตศาสตร์ และเกมจิตวิทยาในเวลาเดียวกัน และถ้าคุณเริ่มอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ โอกาสที่จะเล่นได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีสูงมากตามไปด้วย